ไม่ชอบใจ

posted on 30 Sep 2006 21:24 by putcha  in QrstuvwxyzAbc

ผมไม่ชอบใจเท่าไรกับการใช้คำว่า "มุสลิมหัวรุนแรง"

หลายคนบอกว่าไม่ได้หมายความเจาะจงถึงมุสลิมทั่วๆไป แต่ผมกลับคิดว่า การใช้คำคำนี้ย่อมเท่ากับเป็นการเน้นหนักในคำว่า มุสลิม ซึ่งเป็นการกล่าวโดยรวมถึงมุสลิมทุกคนบนโลกนี้

ชาวมุสลิมทุกคนไม่ได้เป็นคนก้าวร้าวรุนแรงการใช้คำคำนี้ ทำให้ผู้ที่ไม่รู้จักชาวมุสลิมดีพอ เข้าใจความหมายผิดเพี้ยนไป

บางคนอาจคิดว่าผมจะมาเอาแก่นสารอะไรนักหนากับคำคำนี้ แต่ถ้าเราลองพิจารณาความหมายของคำคำนี้ให้ดี เราจะเห็นว่าคำว่า มุสลิมหัวรุนแรง เป็นคำที่มีความหมายชวนให้เข้าใจในแง่ที่ว่า ชาวมุสลิมส่วนใหญ่เป็นคนหัวรุนแรง

ผมคิดว่าถ้าบุคคลผู้หนึ่งผู้ใดเข้าใจชาวมุสลิมจริง และให้ความสำคัญด้านความหมายของคำพอสมควรย่อมจะไม่ใช้คำว่า มุสลิมหัวรุนแรง อย่างน้อยก็ผมหนึ่งคน

ถ้าหากผมต้องการจะกล่าว ผมจะกล่าวว่า กลุ่มคนหัวรุนแรงชาวมุสลิม เพราะผมต้องการเน้นความหมายคำว่า กลุ่มคนหัวรุนแรง มากกว่าคำว่ามุสลิม

ถ้ายังคิดว่าสิ่งที่ผมเขียนมานั้นไร้สาระ ลองใช้คำว่า "พุทธหัวรุนแรง" ดูสิครับว่ามีความรู้สึกยังไง

สุดท้ายจะดีอย่างยิ่งถ้าไม่ต้องมีเหตุการณ์รุนแรงต่างๆ จนทำให้ต้องสรรหาคำมาเรียกบุคคลผู้ก่อเหตุการณ์รุนแรงเหล่านั้น

ปุจฉา

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ
ถ้ามีใครมาพูดว่า "พุทธหัวรุนแรง"
เพลงเองก็ไม่ชอบใจมากๆ

#1 By Pleng on 2006-09-30 21:35

ตอนที่แล้ว ผมได้พูดถึง ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้พวกเราฟังบ้างแล้ว

วันจะเป็นภาคต่อของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ได้อยู่ไกลตัวพวกเราชาวไทยเลย เพราะกระบวนการแบ่งแยกดินแดนมีประเทศมาเลเซียหนุนหลัง ทำไมหรือครับ เพราะเมื่อผู้ก่อการร้ายก่อการเสร็จก็หนีไปยังประเทศมาเลเซีย แล้วทางมาเลเซียก็ให้ที่พักพิงอย่างดี

มาถึงตรงนี้ ผู้ที่กำลังอ่านสิ่งที่ผมพูด ต้องสงสัยล่ะครับว่าทำไมผมถึงพูดเช่นนั้น คำตอบง่ายนิดเดียวครับ ถ้าเราเข้าใจถึงปัญหาทางภาคใต้แบบองค์รวม จะรู้ทันทีเลยว่า เด็กมุสลิมได้รับการปลูกฝังค่านิยมด้วยอุดมการทางศาสนาที่บิดเบือนอย่างหนึ่ง ปัญหาเรื่องขบวนการก่อการร้ายได้บังคับแนวร่วมให้ปฏิบัติตามคำสั่งโดยการใช้ยาเสพติด เพราะถ้าไม่ได้เสพก็อาจจะลงแดงได้ นี่ก็อีกอย่างหนึ่ง ปัญหาเรื่องการปลูกฝังค่านิยมทางประวัติศาสตร์ที่บิดเบือน โดยใช้ค่านิยมเรื่องชาตินิยมก็อย่างหนึ่ง

คำถามก็คือ ถ้าเป็นรแบบนี้แล้ว การตั้งรัฐปาตานีดารุสลาม จึงเป็นการขายฝันของผู้ก่อความไม่สงบเท่านั้นเอง แล้วขายอย่างไรหรือ ขายโดยการไปบอกชาวบ้านด้วยความโลภว่า ถ้ายึดดินแดน สถาปนารัฐปาตานีได้ ใครอยากได้บ้านหลังไหนก็ให้ไปชี้เอา คำตอบ คือแล้วจะเอาไปได้อย่างไร แล้วที่ผมบอกว่าการแบ่งแยกดินแดนเป็นความคิดที่เลื่อนลอย เพราะจะเอาเยาวชนที่มีคุณภาพที่ไหนมาเป็นกำลังหลักในการพัฒนารัฐปาตานี เพราะความจริงจะมีแต่เด็กติดยา กับพวกไร้การศึกษา เพราะวัน ๆ เรียนแต่เพียงภาษายาวีตามปอเนาะเท่านั้น แล้วถ้าดูข่าว หลายต่อหลายครั้งพบอาวุธสงคราม อุปการณ์ผลิตวัตถุระเบิดในปอเนาะด้วย ถ้าเป็นเช่นนี้ จะให้คิดไปได้อย่างไรนอกจาก กระบวนการก่อความไม่สงบกำลังใช้ปอเนาะในการเป็นฐานสร้างความรุนแรงและเป็นแหล่งซ่องสุมของแนวรวมในการปฏิบัติการ

มาถึงตรงนี้แล้วครับ ในเมื่อเยาวชนบ้านเราทางภาคใต้ พูดได้แต่ภาษายาวี ไม่มีความรู้อื่นใดเลยนอกจากคำสอนที่บิดเบือนทางศาสนาอิสลาม ก็ต้องตกไปเป็นแรงงานไร้คุณภาพในประเทศมาเลเซีย แล้วดินแดนก็อาจจะตกไปเป็นดินแดนของประเทศมาเลเซียได้อีก เพราะจะหาประชากรที่ไหนมาทำนุบำรุงรัฐปาตานี แต่เอาเถอะ พวกที่ก่อการพวกนี้อาจจะชอบเป็นส่วนหนึ่งของประเทศมาเลเซียในอนาคตก็ได้

แล้วตอนนี้ มาเลเซียก็ได้แทรกซึม เตรียมการทำให้ จ. สตูลที่ไทยพุทธและมุสลิมกำลังอยู่กันอย่างสงบสุขอยู่ ให้กลายเป็นเหมือน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ทีละเล็กทีละน้อย โดยการให้ทุนการศึกษากับเยาวชนใน จ. สตูล ไปเรียนศาสนาในประเทศมาเลเซีย แล้วถ้าแทรกซึมไปทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย อะไรจะเกิดในประเทศหรือ ถ้าเราไม่รีบสะกัดปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้น รัฐบาลกำลังทำอะไรกันอยู่

ทีนี้ประเทศมาเลเซีย ยังมีประเทศอื่นหนุนหลังอยู่ ครับ แน่นอนว่า KYMM ในมาเลเซีย เป็นสาขาย่อยของกระบวนการก่อการร้ายอัลกออิดะห์ แล้วกระบวนการพวกนี้ที่ชัดสุด ในฟิลิปปินส์มีอาบูไซยาฟ ในอินโดนิเซียมีกลุ่มเจไอ แล้วหันไปดูเอธิโอเปียกับโซมาเรียก็ยังอุส่าห์มีข่าวประเทศเอธิโอเปียส่งกำลังทหารเข้าไปปราบกองกำลังมุสลิมหัวรุนแรงในประเทศโซมาเรีย นี่ยังไม่นับการก่อการร้ายของกลุ่มตาลีบันในอัฟฟานิสถาน ยังไม่รวมการสู้รบของนิกายสุหนี่กับชีอะห์ในอิรัก นะครับ

เมื่อนำเหตุการณ์ทุกอย่างมารวมกัน ผมก็ฟันธงได้เลยว่า มุสลิมหัวรุนแรง กำลังวางแผนยึดครองโลก และกำลังทำให้โลกทั้งโลกมีแต่คนนับถือศาสนาอิสลามในแบบมุสลิมหัวรุนแรง และถ้าอยากรู้ว่าโลกของเราจะมีความสุขสบาย ร่มเย็นแค่ไหน ให้ดูการปกครองของรัฐบาลตาลีบันในอัฟกานิสถาน โดย มุลเลาะห์ โอมา ดูก็ได้ แล้วจะรู้เองว่าโลกของเราน่าอยู่แค่ไหน

มาถึงขั้วอำนาจอีกขั้วหนึ่งที่จะไม่พูดถึงไม่ได้ คือพี่เบิ้มอย่างสหรัฐอเมริกา พี่เบิ้มของเรากำลังดำเนินนโยบายการต่างประเทศที่ผิดพลาด เริ่มจากการโค่นอำนาจของซัดดัม ฮุสเซน ผู้นับถืออิสลามนิกายสุหนี่ที่เรืองอำนาจ สามารถกดให้พวกนิกายชีอะห์อู่ใต้อำนาจได้ ชีอะห์เป็นชนส่วนใหญ่ของอิรัก แต่นั่นไม่ใช่ข้อผิดพลาด แต่ที่ผิดพลาด คือคำกล่าวอ้างว่าประเทศอิรักนำทีมโดยซัมดัม ซ่องสุมอาวุธร้ายแรงต่าง ๆ สุดท้ายก็คว้าน้ำเหลว นโยบายต่อมา ด้วยความอยากเป็นใหญ่แต่ผู้เดียว จึงได้มีนโยบายสะกัดกั้นความเจริญก้าวหน้าและการเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของประเทศจีนซึ่งก็ผิดพลาดอีก เพราะน่าจะเก็บประเทศจีนและร่วมมือกับประเทศจีนเพื่อหามาตรการปราบปรามมุสลิมหัวรุนแรง ซึ่งกำลังทวีความรุนแรงและกำลังเป็นภัยร้ายอย่างใหม่ที่กำลังคุกคามความเป็นอยู่ของประชากรโลกจะดีกว่า

มาถึงอิหร่าน เมื่อประมาณ 2 วันที่ผ่านมา สหประชาชาติในร่างทรงของประเทศสหรัฐอเมริกา ได้มีมติคว่ำบารทางการค้ากับประเทศอิหร่าน อิหร่านก็คงพูดว่า คว่ำก็คว่ำไป เพราะพวกเรามีประชากรโลกเยอะกว่า ไม่จำเป็นต้องง้อสหรัฐก็ได้ แล้วสหรัฐจะทำอย่างไร เพราะในแง่ความเป็นจริง ประเทศมุสลิมส่วนใหญ่ร่วมมือกันและยังเป็นพันธมิตรอันเหนียวแน่นกันอยู่ นั่นคือผมกำลังจะบอกว่าอเมริกาหลงในอำนาจมากเกินไปแล้ว

ต่อจากนี้ไป ให้จับตาสัญญาณอยู่ 2 อย่าง อย่างแรกค่าเงิน USD เมื่อเทียบกับค่าเงินประเทศอื่น จะมีค่าอ่อนลงไปเรื่อย ๆ ทั้งนี้ การที่พี่เบิ้มต้องส่งทหารเข้าประจำการในประเทศอิรักก็ดี อัฟกานิสถานก็ดี หรือถ้าจะเป็นประเทศอืนใดที่จะตามมาก็ดี ย่อมเป็นการส่งเงินตราของตนเองออกไปยังประเทศต่าง ๆ นี่จึงเป็นปัจจัยที่มีนัยสำคัญที่ทำให้ค่าเงินเหรียญสหรัฐขาดเสถียรภาพ คิดง่าย ๆ การรบกับอิรัก มีทหารอยู่ในอิรักเป็นปี ๆ หมดเงินไปเท่าไหร่ นั่นคือปัจจัยแรก ปัจจัยต่อมา คือราคาน้ำมัน สำหรับราคาน้ำมันจะถีบตัสวทยานสูงขึ้น อันมีปัจจัยมาจากการใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงมากขึ้น เมื่อ 2 อย่างนี้มารวมกัน จึงเป็นสัญญาณบ่งบอกว่า ประเทศมหาอำนาจที่มาใหม่น่าจะเป็นประเทศที่มีมุสลิมหัวรุนแรงปกครองประเทศ และสุดท้าย ความหายนะของชาวโลกก็จะตามมา

อันนี้ผมวิเคราะห์ตามข้อมูลและเหตุปัจจัยที่มีอยู่ในปัจจุบัน หากทว่าปัจจัยเหล่านี้เปลี่ยนแปลงไป และผมหวังลึก ๆ ว่าน่าจะมีอะไรที่ทำให้สิ่งเหล่านี้เปลี่ยนไป สิ่งที่ผมวิเคราะห์อาจจะไม่เกิดขึ้นก็ได้ และผมไม่อยากให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นกับมวลมนุษย์โลกเลยรนะครับ นั่งพิมพ์ไปก็ภาวนาไปว่าอย่าให้สิ่งที่ว่านี้เกิดขึ้นเล้ย! นะเจ้าพระคุณ

#2 By ราซูล (203.114.108.160) on 2007-02-08 10:09

ด่วนที่สุด ! พลเอกสนธิเตรียมล้มราชบัลลังก์
๑. ในวันฉัตรมงคลตรงกับวันที่ ๕ พฤษภาคม ที่ผ่านมาพลเอกสนธิแค้นมากที่เสนอขอเครื่องราชฯ ให้ภรรยาเพื่อให้ได้เป็นคุณหญิง แต่ในหลวงไม่โปรดเกล้าพระราชทานเครื่องราชฯ ให้สมาชิก คมช. เลยแม้แต่คนเดียว ทั้งที่ตามธรรมเนียมประเพณี ภรรยาผู้บังคับบรรชาการเหล่าทัพจะได้เป็นคุณหญิงทุกคน แต่นี่เป็นถึงภรรยา ผบ.ทบ.และเป็นประธาน คมช. ด้วยกลับไม่ได้ แต่ภรรยาพลเอกสุรยุทธ์ ซึ่งเป็นคุณหญิงอยู่แล้วกลับได้เลื่อนขั้นไปอีกเป็ฯท่านผู้หญิง เป็นการเสียหน้าอย่างแรงทำให้ พลเอกสนธิแค้นมากในคืนวันฉัตรมงคลนั้นเอง จึงได้ให้คนไปวางระเบิดที่ซอยราชวิถีตรงข้ามพระราชตำหนักจิตรลดาฯ เพื่อข่มขวัญ พระราชวงศ์ และอาศัยเรื่องนี้เป็นข้ออ้างส่งกำลังทหารจากรบพิเศษของตนเองกว่า ๑,๐๐๐ นายเข้าล้อมวังสวนจิตรฯอ้างว่าเพื่อรักษาความปลอดภัย
๒. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง ๙ คน พลเอกสนธิเป็นคนตั้งมากับมือโดยมีหน้าที่หลักคือ ยุบพรรคไทยรักไทยและห้าม ทักษิณ ลงเลือกตั้ง ซึ่งพลเอกสนธิได้สั่งการทุกอย่างไว้เรียบร้อยหมดแล้ว รอเพียงการประกาศยุบพรรคเท่านั้น แต่เมื่อในหลวงออกมามีพระราชดำรัสกับตุลาการศาลปกครอง ซึ่งหลายท่านเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอยู่ด้วยและถ่ายทอดสดออก ทีวีทุกช่อง มีนัยยะให้ศาลรัฐธรรมนูญไม่ยุบพรรคทั้ง ๒ พรรค ซึ่งพระราชดำรัสเหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางศรีษะพลเอกสนธิ ทำให้พลเอกสนธิสุดแค้นเพราะเกมพลิกโดยสิ้นเชิง ขณะที่พลเอกสนธิไม่มั่นใจว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะสั่งยุบพรรคตามคำสั่งของตนหรือไม่ หรือจะมีมติไม่ยุบพรรคตามพระราชบัญญัติของในหลวง จึงเตรียมแก้เกมโดยการปฏิวัติ มีการประชุมนายทหารคุมกำลังตั้งแต่ผู้บังคับกองพันขึ้นไปกว่า ๑๐๐ นาย คุมกำลังทหารเกือบแสนคนทุกวันตั้งแต่วันที่ ๒๕ พ.ค.เป็นต้นมา เพื่อซักซ้อมแผนปฏิวัติโดยกำลังทหารทั้งหมดจะเตรียมพร้อม ๑๐๐ % ตั้งแต่เวลา ๘ โมงเช้าวันที่ ๓๐ พ.ค. ซึ่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะประชุมกันในช่วงเช้าก่อนประกาศมติในช่วงบ่าย แต่จะมีสายส่งข่าวผลการประชุมให้พลเอกสนธิทราบก่อน ถ้ามีมติมีว่าไม่ยุบพรรค พลเอกสนธิจะสั่งรถแท็กซี่ประมาณ ๕๐๐ คัน ที่เตรียมไว้ติดธงแดงเพื่อป้ายความผิดว่าเป็นคนของทักษิณออกอาละวาทเผากรุงเทพฯทันทีจะได้เป็นข้ออ้างในการปฏิวัติ และจะส่งทหารเข้ายึดวังสวนจิตรฯ บังคับให้ในหลวงลงพระปรมาภิไธยรับรองคณะปฏิวัติ และที่ร้ายกาจยิ่งยวดคือ ถ้าสถานการณ์เอื้อ มีการเตรียมการถึงขนาดจะปรงพระชนม์และป้ายความผิดว่าเป็นการชิงบัลลังก์ของสมเด็จพระบรมฯ เหมือนกรณีของเนปาล แล้วในสถานการณ์ที่ยุ่งเหยิงอย่างที่สุดนั้นจะถือโอกาสล้มสถาบันพระมหากษัตริย์โดยสิ้นเชิง
๓. เหตุที่พลเอกสนธิเหิมเกริมกล้ากระทำการอุกอาจถึงเพียงนี้ เพราะพลเอกสนธิเป็นสมาชิก องค์กรลับมุสลิมโลก ซึ่งมีแผนเปลี่ยนประเทศไทยให้เป็นประเทศมุสลิมและอาศัยไทยเป็นฐานรุกคืบไป กลืนกัมพูชา ลาว พม่า ให้เป็นมุสลิมทั้งหมดต่อไป สังเกตได้จาก หลังจากการปฏิวัติ ๑๙ ก.ย. ๒๕๔๙ สำเร็จพลเอกสนธิได้รับยกย่องจากองค์กรลับมุสลิมโลกอย่างสูง ประเทศแรกที่พลเอกสนธิไปเยือน คือ ปากีสถาน ซึ่งชายแดนปากีสถานบริเวณติดกับอัฟกานิสถาน คือ ฐานทัพใหญ่ในการฝึกผู้ก่อการร้ายขององค์กรลับมุสลิมโลก สังเกตได้จาก ช่วงปีใหม่ซึ่งไม่มีเทศกาลแสวงบุญ พลเอกสนธิเดินทางไปเมกกะโดยลำพังเพื่อประชุมลับและหาข้ออ้างไปประเทศมุสลิมเพื่อประชุมลับเป็นระยะ ๆ มาตลอด แผนขั้นเผด็จศึกประเทศไทยขณะนี้ คือ ล้มสถาบันกษัตริย์และควบคุมสื่ออย่างเบ็ดเสร็จ โดยไม่ห่วงภาพลักษณ์ในสายตาของชาวต่างชาติหรือผลกระทบในการลงทุนใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะเศรษฐกิจพินาศอย่างไรไม่สำคัญ แต่เป้าหมายอยู่ที่การควบคุม ประเทศไทยให้อยู่ในมือ และเปลื่ยนเป็นประเทศมุสลิมอย่างเฉียบพลันให้ได้
แผนร้ายมุสลิมยึดประเทศไทย
๑.วางแผนยึดสถาบันพระมหากษัตริย์เปลี่ยนให้เป็นกษัตริย์มุสลิม ได้มีการส่งลูกสาวแกนนำมุสลิมระดับสูงซึ่งมีตำแหน่งใหญ่ในรัฐบาลปัจจุบัน ซึ่งมีหน้าตาดีเข้าไปถวายตัวกับ เจี่ย เรียบร้อยแล้ว ถ้ามีลูกเมื่อใด พระราชวงศ์ที่มีศักดิ์สูงกว่าจะต้องตกอยู่ในอันตรายร้ายแรงถึงชีวิตและเด็กคนนั้นจะถูกอบรมเลี้ยงดูให้เติบโตชึ้นเป็นกษัตริย์มุสลิมที่เคร่งครัด แม้จะบัญญัติในรัฐธรรมนูญว่าพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพุทธมามกะ หรือจะให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ อย่างที่พวกพระที่รู้ทันกำลังเรียกร้องอยู่นี้ พอถึงเวลานั้นที่มีกษัตริย์ที่เป็นมุสลิมเต็มหัวใจแล้ว จะแก้เรื่องนี้ก็ง่ายเหมือนปลอกกล้วยเข้าปาก และเมื่อยึดสถาบันพระมหากษัตริย์ได้แล้วจะเปลี่ยนประเทศไทยให้เป็นประเทศอิสลามก็ย่อมได้ เพราะมีตัวอย่างมาแล้วที่อินโดนิเซียที่เดิมเป็นพุทธทั้งประเทศมากก่อน ซึ่งเป้าหมายต่อมาคือประเทศไทย
๒. วางแผนเปลี่ยนกองทัพไทยให้เป็นกองทัพมุสลิม
เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทยที่ทหารมุสลิมขึ้นเป็น ผบ.ทบ. และเป็นหัวหน้าคณะปฏิวัติยึดอำนาจการปกครองแผ่นดิน มีอำนาจควบคุมกองทัพอย่างเบ็ดเสร็จ นายทหารที่เป็นชาวมุสลิมจึงได้รับการโปรโมทเลื่อนตำแหน่งกันขนานใหญ่ และขณะนี้กำลังวางแผนลับสืบทอดอำนาจระยะยาวเปลี่ยนกองทัพไทยให้เป็นกองทัพมุสลิม โดยผลเอกสนธิเป็น ผบ.ทบ. ซึ่งมีอำนาจเด็จขาดในการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารระดับพันเอกพิเศษลงไปได้วางตัวนายทหารมุสลิมไว้แล้ว และเมื่อถึงจังหวะเหมาะก็จะเซ็นแต่งตั้งนายทหารมุสลิมเหล่านี้เข้ามาเป็นผู้บังคับการกรม ผู้บังคับกองพันที่สำคัญกุมจุดยุทธศาสตร์ อาทิ กรมทหารราบที่ ๑ มีทหาร ๘,๐๐๐นาย กรมทหารราบที่ ๑๑ รักษาพระองค์มีกำลัง ๖,๐๐๐ นาย กรมทหารราบที่ ๓๑ มีกำลัง ๑๐,๐๐๐ นายกรมทหารราบที่ ๒๑ มีกำลัง ๑๐,๐๐๐ นายกรมทหารราบที่ ๒๑ และหน่วยกำลังสำคัญในกองพลทหารม้าที่ ๒ สนามเป้า เป็นต้น นายทหารมุสลิมเหล่านี้จงรักภักดีและเชื่อฟังพลเอกสนธิ ยิ่งกว่าผู้บังคับบัญชาตามลำดับขั้นของตน ดังนั้น ผู้บังคับการมุสลิมเพียง ๑๐

#3 By (203.188.6.137) on 2007-06-11 23:37

#4 By malegee (202.143.157.243) on 2009-08-25 12:32