ทำไมเด็กๆไม่ชอบหนังสือเรียน?
posted on 09 May 2006 13:32 by putcha in QrstuvwxyzAbcด้วยความสับสนของผมเล่นเอาบลอคร้างไปนาน ...
ผมกำลังสงสัยว่า ...
ทำไมเด็กๆจึงไม่ชอบอ่านหนังสือเรียน?
ทำไมเด็กๆไม่ชอบหนังสือเรียน?
หนังสือเรียนส่วนใหญ่ มักมีรูปแบบเนื้อหาที่น่าจะขึ้นหิ้งบูชามากกว่าเอามานั่งอ่าน ไม่ว่าจะเป็น
- วัตถุประสงค์ที่ร่ายยาวอยู่ในทุกๆบท
- คำศัพท์ที่สวยหรูจนต้องแปลกันล้านตรลบ
- มีแต่ข้อมูลจริงโดยไม่จุดประกายให้เด็กอยากรู้ข้อมูลเหล่านั้นก่อน เมื่อไม่มีความอยากรู้แล้วเด็กที่ไหนจะมานั่งทนอ่าน ถ้าไม่ใช่อ่านเพื่อสอบ
- อาจารย์ไม่ใช่หนังสือเรียนให้เกิดประโยชน์เท่าที่ควร
ทำไมหนังสือเรียนที่มีภาพประกอบไม่ได้รับความสนใจเท่าการ์ตูน?
ข้อนี้ดูกันง่ายๆเลย เทียบกันได้ชัดเลยว่าการ์ตูนมีเนื้อหาที่ต่อเนื่อง เป็นเรื่องราว พออ่านจบข้อมูลมันจะสัมพันธ์กันเองโดยอัตโนมัติในสมอง... แต่ หนังสือเรียน แม้จะมีภาพประกอบ แต่ก็มีการซอยย่อยเนื้อหา และการนำเสนอเนื้อหาในแต่ละบทก็ไม่ได้ต่อเนื่องเป็นเรื่องราว
การแบ่งบทอาจง่ายต่อการค้นหา แต่ผู้อ่านจะต่อใช้สมองผูกเนื้อหาทั้งหมดเข้าด้วยกันให้ได้เพื่อความเข้าใจ ที่ติดแน่นทนนานกว่าการจำ
อีกประการ การ์ตูนใช้ภาพในการดำเนินเรื่อง ส่วนหนังสือเรียนที่มีภาพประกอบ บางภาพไม่จำเป็นต้องนำมาใส่ไว้ด้วยซ้ำ เพราะไม่ได้ช่วยให้ความรู้ หรือ ข้อมูล เชื่อมโยงกันได้มากขึ้นเลย
แต่ทั้งนี้หนังสือเรียนที่มีภาพประกอบก็ไม่ใช่จะไร้ประโยชน์เสียทีเดียว มีหลายครั้งเหมือนกันที่ภาพประกอบช่วยให้นักเรียนเข้าใจมากขึ้น
นิยายหนาๆตีหัวแตกยังอ่านได้ แล้วทำไมหนังสือเรียนจึงอ่านกันไม่จบสักที?
ในข้อนี้เหตุผลคล้ายกับเรื่องหนังสือการ์ตูน เราต้องเข้าใจว่าสิ่งไหนที่เป็นเรื่องราวเชื่อมต่อเนื่องกันมาอยู่แล้วจะทำให้เรารับรู้ง่ายกว่าการที่มาอ่านอะไรที่เป็นข้อๆ เป็นกฎ เป็น สูตร ....
มันเหมือนกับสารอาหารถ้ามันค่อยๆเข้ามา ร่างกายก็จะค่อยๆดูดซึม แต่ถ้ามันเป็นอะไรที่ โป้ง! โชะเดียว มาทั้งก้อน มันก็จะมีส่วนที่กลายเป็นกากอาหารไป บางทีมันมีประโยชน์จริง แต่ร่างกายก็ดูดซึมไม่หมด ไม่ทันเหมือนกัน
รูปเล่มล่ะเกี่ยวมั้ย?
บางคนอาจคิดว่าเป็นการมองแค่ภายนอก แต่รูปแบบที่ชวนอ่านก็มีผล แต่อย่างไรก็ดี เนื้อหาภายในย่อมไม่เป็นรองรูปเล่มแน่นอน
ทำไมอาจารย์บางคนถึงใช้หนังสือเรียนไม่เต็มที่?
อาจเป็นตั้งแต่การวางระบบการศึกษาแต่ละระดับชั้นเลยก็ได้ ว่าวิชานี้ให้เวลาเท่านี้กี่ชั่วโมง
จริงๆแล้วมีน้อยมากที่จะทำได้ตามนั้นจริงๆ หรืออาจไม่มีเลย มันก็เหมือนกับคนเรา เวลากำหนดตารางเวลาของตัวเองไว้แต่ก็ทำตามไม่ได้ทั้งหมดนั่นแหล่ะ เพราะในเรื่องจริงมันมีเหตุสุดวิสัยต่างๆนานา นอกจากนี้ยังมีเอกสาร(sheet)มากมายนอกจากในหนังสืออีก
ที่นี้ครูบางท่านก็เลยแทบจะไม่ใช้หนังสือเลย จนเด็กๆเห็นว่าไม่ควรซื้อหนังสือเรียนมาเลย
แม้ว่าอาจารย์จะไม่ได้ใช้หนังสือเรียนอย่างเต็มประสิทธิภาพของหนังสือ แต่ถ้าอาจารย์มีการสอนที่เต็มประสิทธิภาพต่อนักเรียนแล้ว หนังสือเรียนก็ไม่จำเป็นก็ได้
แต่เราก็ยังคงต้องซื้อหนังสือประกอบการเรียนอยู่ทุกปี ทำยังไงดีให้เราใช้มันได้อย่างเต็มที่ ทำยังไงให้เราชอบอ่านมัน?
ทำยังไงให้หนังสือเรียนน่าอ่าน?
อาจเป็นคำถามที่ดูเป็นการถามเพื่อแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ บางท่านอาจคิดว่าถ้าจะให้หนังสือเรียนมีคนอ่านเยอะๆ หรือมีคนชอบอ่าน มันก็ขึ้นอยู่กับตัวคนอ่าน
อันนั้นก็มีส่วน แต่คำถามนี้ก็ใช่ว่าจะเป็นคำถามที่ไม่น่าคิด
จะดีกว่าถ้าทั้งหนังสือเรียนและนักเรียนมาร่วมกัน
จะเป็นอย่างไรถ้าหนังสือเรียนใช้ภาษาสนุก คือมีความเป็นกันเองต่อผู้อ่านมากขึ้น
ลองนึกถึงความรู้สึกที่เวลาเราอ่านหนังสือเรียนปกติสิ ... รู้สึกไม่ต่างจากการฟังอาจารย์ที่น่าเบื่อสอนหรอก คือท่านรู้นะ มีความรู้มากด้วย แต่ไม่มีกลวิธีไง จึงได้แต่บรรยาย
แล้วลองมานึกถึงพวกหนังสือขายดีสิ ... พวกที่ใช่ภาษาเช่น "คือมันเป็นอย่างงี้นะน้อง บลาๆๆๆ" หรือมีกลวิธีจุดประกายผู้อ่านก่อน เช่น "ตบอย่างไรไม่เปลืองแรง? ""ทำยังไงให้ควายตายจากเรา?" "ฟิสิกส์โคตรง่าย เสียดายไอน์สไตน์ไม่ได้อ่าน"หรืออะไรทำนองนี้
และถ้าเป็นพวกนิยายก็มีการจุดประกายคนอ่านเหมือนกัน คือการทิ้งท้ายในแต่ละตอนนั่นแหละ
ทำยังไงให้เราอยากอ่านหนังสือเรียน?
ไม่อยากจะตอบเลยว่าให้ทำใจ แต่จริงๆก็ต้องทำใจจริงๆ ยิ่งใกล้สอบนะยิ่งต้องทำใจเป็นทวีคูณ
ทำใจให้สนใจ ให้ชอบไง ถ้าเราอยากรู้ให้เรื่องไหนสักเรื่องเราก็จะขวนขวายอย่างสุดๆ นี่แหละมนุษย์
อย่างเช่นคุณแม่บ้านที่สงสัยคุณสามีไง สุดหล้าฟ้าเขียวขาวแดงดำ คุณเธอตามไปได้หมด ทำได้ทุกทางเพื่อสิ่งที่ต้องการรู้ไง
แต่ก็นั่นแหละ ถ้าตอนนี้หนังสือเรียนมันยังไม่น่าอ่านนักล่ะก็ อ่านอะไรก็ได้ที่เราสนใจ อย่างที่ใครหลายๆคนบอกนั่นแหละ แต่อย่าให้ถึงกับถือปกขาวติดตัวตลอดเวลาแล้วกัน

#1 By ชื่อไม่สำคัญเท่าความรู้สึก on 2006-05-09 13:36